หน้าหนังสือทั้งหมด

การแผ่เมตตาในทิศทั้งสิบ
65
การแผ่เมตตาในทิศทั้งสิบ
ขอสัตว์ทั้งหลายในทิศตะวันตกเฉียงเหนือ จงอย่าผูกเวรกัน, จงอย่า เบียดเบียนกัน, จงอย่ามีทุกข์, จงมีความสุขกายสุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ ทั้งปวงเถิด 7. สพฺเพ อุตฺตราย อนุทิสาย สตฺตา อเวรา โหนตุ, อพยาปัชฌ
ข้อความนี้เน้นการแผ่เมตตาไปยังสัตว์ทั้งหลายในทิศต่าง ๆ ตั้งแต่ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ ตะวันตกเฉียงใต้ ทิศใต้ และทิศเหนือ โดยเรียกร้องให้สัตว์ทั้งหลายไม่เบียดเบียนกันและไม่มีทุกข์ นอกจา
การเจริญเมตตาเพื่อให้เข้าถึงพระธรรมกาย
67
การเจริญเมตตาเพื่อให้เข้าถึงพระธรรมกาย
2.4 การเจริญเมตตาเพื่อให้เข้าถึงพระธรรมกาย ในการแผ่เมตตาในวิชชาธรรมกายให้เริ่มจาก “ศูนย์กลางกาย” โดยเริ่มแผ่ความใสสว่าง ออกมาจากศูนย์กลางกายให้ครอบคลุมตนเองก่อน จนเห็นตัวเองใสสว่างและมีความรัก ปรารถนา
การเจริญเมตตาเริ่มจากการแผ่เมตตาจากศูนย์กลางกาย ให้ครอบคลุมตนเองและคนอื่น โดยเริ่มจากตัวเอง มองเห็นความรักและบริสุทธิ์ในใจ การขยายเมตตาออกไปยังผู้คนต่างๆ จนถึงการเห็นพวกเขาสว่างเท่ากันจะเข้าสู่ขั้นสมส
โทษของวิหิงสาและอานิสงส์ของกรุณา
69
โทษของวิหิงสาและอานิสงส์ของกรุณา
1. พิจารณาโทษของวิหิงสาและอานิสงส์ของกรุณา ในการพิจารณาให้เห็นโทษของวิหิงสาให้พิจารณาอย่างนี้ว่า คนบางคนในโลกนี้เป็น ผู้ชอบเบียดเบียนสัตว์ทั้งหลายมีทั้งการทำร้ายทุบตีด้วยมือ ด้วยการใช้อาวุธประหัตประหา
บทความนี้พิจารณาโทษของการเบียดเบียนสัตว์ว่าเป็นวิบากกรรมที่ส่งผลทั้งในปัจจุบันและอนาคต ซึ่งรวมถึงความทุกข์ทรมานและความเสื่อมเสีย มีเหตุผลที่ชัดเจนในการเจริญกรุณา ควรเว้นการเจริญกรุณาต่อคน 5 จำพวกที่กำ
การแผ่กรุณาในภาวนา
73
การแผ่กรุณาในภาวนา
เสมอกันในบุคคล 4 จำพวกนั้น เช่นเดียวกับในเมตตาภาวนา เมื่อถึงขั้นของสีมสัมเภทแล้ว ก็ทำนิมิตนั้นให้เจริญยิ่งๆ ขึ้นไปทำความเพียรมากเข้าๆ ในที่สุดก็จะบรรลุถึงขั้นฌานที่ 3 ในระบบของฌาน 4 และ ได้ ฌาน 4 ในระ
การแผ่กรุณา 3 อย่าง เรียกว่าอนโทสผรณา (แผ่ทั่วไป), โอทิโสผรณา (แผ่เจาะจง), และ ทิโสผรณา (แผ่ในทิศต่างๆ) มีวิธีการและคำบริกรรมที่ชัดเจน ผู้ที่บรรลุถึงขั้นอัปปนาสมาธิจะสามารถใช้วิธีเหล่านี้ในการฝึกจิตได
มุทิตา: การเจริญมุทิตาแท้และเทียม
77
มุทิตา: การเจริญมุทิตาแท้และเทียม
มุทิตา เมื่อว่าโดยสามัญแล้วมี 2 อย่าง คือ 1. มุทิตาแท้ คือ แม้จะมีความรื่นเริงบันเทิงใจต่อสัตว์ที่มีสุขอยู่ หรือจะได้รับสุขต่อไป ข้างหน้าก็ดี จิตใจก็มิได้มีการยึดถือหรืออยากโอ้อวดต่อผู้อื่นแต่อย่างใดม
มุทิตาแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ มุทิตาแท้ ซึ่งปราศจากความยึดถือและแสดงความเบิกบานใจอย่างบริสุทธิ์ และมุทิตาเทียม ที่มีการยึดถือเกี่ยวโยงกับผลประโยชน์ส่วนบุคคล การเจริญมุทิตาภาวนาเน้นการใช้มุทิตาแท้เพื่
การเจริญมุทิตาและการพัฒนาจิต
79
การเจริญมุทิตาและการพัฒนาจิต
ถ้าหากว่าสหายที่รักยิ่งของผู้ปฏิบัติ เมื่อก่อนเขาเป็นคนมีความสมบูรณ์พูนสุข แต่ ตอนนี้เขากลายเป็นคนตกทุกข์ได้ยาก ก็ควรนึกถึงความสุขที่เขาได้รับในอดีต แล้วยึดเอา ความสุข ที่เขาได้รับในอดีตเป็นอารมณ์ในกา
เนื้อหานี้เน้นถึงการเจริญมุทิตาที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติและการพัฒนาจิต โดยเริ่มจากการพิจารณาความสุขของผู้อื่นในอดีตและอนาคต รวมถึงการปฏิบัติในบุคคลต่าง ๆ อย่างเป็นขั้นตอน ทั้งคนที่รัก คนกลาง และคนคู่
การเสื่อมเสียและการเจริญมุทิตา
83
การเสื่อมเสียและการเจริญมุทิตา
6. ความเสื่อมเสีย : ความสุข รื่นเริง โอ้อวด กำหนัด เกิดขึ้น เป็น ความเสื่อมเสียของ มุทิตา 7. ข้าศึกใกล้ : มีความยินดีที่เนื่องด้วยกามคุณอารมณ์เป็นศัตรูใกล้ ความไม่ยินดีไม่สบายใจในความเจริญของผู้อื่น เ
เนื้อหาเกี่ยวกับความเสื่อมเสียที่เกิดจากความสุขและความยินดีที่เกี่ยวข้องกับกามคุณ รวมถึงการเจริญมุทิตาและอุเบกขาภาวนา เพื่อให้เข้าถึงพระธรรมกายในรูปแบบที่ถูกต้อง โดยการเปิดใจและแผ่ความรู้สึกดีไปยังผู้
กรรมและอุเบกขาในทิศต่างๆ
89
กรรมและอุเบกขาในทิศต่างๆ
สัตว์ทั้งหลายในทิศเหนือเป็นผู้มีกรรมเป็นของตน 4. สพฺเพ ทุกขิณาย ทิสาย สตฺตา กมฺมสฺสกา โหนติ สัตว์ทั้งหลายในทิศใต้เป็นผู้มีกรรมเป็นของตน 5. สพฺเพ ปุรตฺถิมาย อนุทิสาย สตฺตา กมฺมสฺสกา โหนติ สัตว์ทั้งหลาย
เนื้อหานี้นำเสนอเรื่องกรรมซึ่งเป็นของแต่ละสัตว์ในทิศทางต่างๆ รวมถึงวิธีการที่ผู้ปฏิบัติควรพิจารณาอุเบกขา เพื่อให้มีใจเป็นกลางต่อสัตว์ทั้งหลาย โดยอธิบายลักษณะและกิจของการวิปัสสนาในการมองดูสัตว์อย่างเท่
หน้า9
95
86 DOU สมาธิ 7 : ส ม า ก ม ม ฏ ฐ า น 4 0 วิธี
อรูปกัมมัฏฐาน
97
อรูปกัมมัฏฐาน
เนื้อหาบทที่ 3 อรูปกัมมัฏฐาน 3.1 ความเป็นมา 3.2 ความหมายของอรูปกัมมัฏฐาน 3.3 วิธีการเจริญอรูปกัมมัฏฐาน 3.3.1 อากาสานัญจายตนฌาน 3.3.2 วิญญาณัญจายตนฌาน 3.3.3 อากิญจัญญายตนฌาน 3.3.4 เนวสัญญานาสัญญายตนฌาน
บทที่ 3 เนื้อหาเกี่ยวกับอรูปกัมมัฏฐาน ประกอบด้วยความเป็นมาและความหมายของอรูปกัมมัฏฐาน รวมถึงวิธีการเจริญอรูปกัมมัฏฐานที่มีทั้งหมด 4 ประเภท ได้แก่ อากาสานัญจายตนฌาน, วิญญาณัญจายตนฌาน, อกิญจัญญายตนฌาน,
บทที่ 3 อรูปกัมมัฏฐาน
99
บทที่ 3 อรูปกัมมัฏฐาน
บทที่ 3 อรูปกัมมัฏฐาน ผลของการปฏิบัติสมถกัมมัฏฐานนอกเหนือจากจะทำให้บรรลุรูปฌานแล้ว อรูปฌานเป็น ผลขั้นต่อมาที่เกิดจากการสมถกัมมัฏฐาน การเข้าถึงอรูปฌานได้ ในคัมภีร์วิสุทธิมรรคกล่าวถึง วิธีการปฏิบัติที่เ
บทนี้กล่าวถึงอรูปกัมมัฏฐานซึ่งเป็นการเจริญสมาธิขั้นสูงหลังจากบรรลุฌาน 4 โดยอ้างอิงจากคัมภีร์วิสุทธิมรรคที่มีรายละเอียดเกี่ยวกับการเข้าถึงอรูปฌาน และการปฏิบัติที่เกิดขึ้นในทางพระพุทธศาสนา การฝึกสมาธิใน
ความหมายของอรูปกัมมัฏฐาน
101
ความหมายของอรูปกัมมัฏฐาน
3.2 ความหมายของอรูปกัมมัฏฐาน อรูป แปลว่า ไม่มีรูป หมายถึงภาวะที่ปราศจากรูป อรูปกัมมัฏฐาน หมายถึง การเอาอารมณ์ที่ไม่ใช่รูปฌานเป็นที่ตั้งแห่งการงานทางใจ เพราะเห็นว่าฌานที่ต้องอาศัยรูปเป็นอารมณ์นั้นหยาบก
อรูปกัมมัฏฐานหมายถึงการเจริญอย่างลึกซึ้งที่ไม่เกี่ยวข้องกับรูป โดยผู้ที่สามารถเจริญได้จะต้องมีความชำนาญในฌานทั้ง 5 ในบทนี้ได้กล่าวถึงความหมายของอรูปกัมมัฏฐาน ความสำคัญของฌานที่ไม่เกี่ยวกับรูป และประเภ
อากาสานัญจายตนฌานและการบรรลุสมาธิ
103
อากาสานัญจายตนฌานและการบรรลุสมาธิ
1. น ชียติ ไม่แก่ 2. น มียติ ไม่ตาย 3. น จวติ ไม่จุติ 4. น อุปฺปชฺชติ ไม่เกิด 5. อปุปสยุห์ ไม่มีใครข่มเหง 6. อโจรคหณีย์ ไม่มีโจรลัก 7. อนิสฺสินํ ไม่มีที่พึ่งอาศัย 8. วิหงุคคมน์ เป็นทางไปของเหล่าวิหค (
เนื้อหาว่าด้วยอากาสานัญจายตนฌานซึ่งมีความสำคัญในแนวทางการทำสมาธิ โดยสอนให้มีสติและมุ่งหน้าไปยังความว่างเปล่าของอากาศบัญญัติ ผู้ที่สามารถเพิกปฏิภาคนิมิตของกัมมัฏฐานได้สำเร็จจะถึงฌานที่ไม่มีรูปเป็นอารมณ
การพัฒนาจิตด้วยอรูปฌาน
105
การพัฒนาจิตด้วยอรูปฌาน
ชั้นต้น ต้องเลิกพะวงถึงการเอาอากาสานัญจายตนฌานมาเป็นอารมณ์ พยายาม พรากอารมณ์ที่เป็นอากาสานัญจายตนฌานนั้นให้ได้ ด้วยการหน่วงเอา นัตถิภาวบัญญัติ หรือ อภาวบัญญัติ คือ ความไม่มีอะไร มาเป็นอารมณ์โดยบริกรรม
ในการฝึกจิตให้อยู่ในอรูปฌาน จะต้องพยายามเลิกพะวงกับอากาสานัญจายตนฌาน โดยใช้การบริกรรม понятие นัตถิคิญจิ เพื่อช่วยให้จิตปราศจากความยินดีในอารมณ์นั้น เมื่ออากาสานัญจายตนฌานหมดไป อารมณ์ใหม่ของอากิญจัญญา
อรูปฌานและความประณีตในระดับต่างๆ
107
อรูปฌานและความประณีตในระดับต่างๆ
เนวสัญญานาสัญญายตนฌาน เรียกว่า จตุตถารุปปฌาน ก็ได้ ซึ่งมีความหมายว่า เป็นอรูปฌานอันดับที่ 4 ขั้นที่ 4 อันเป็นอันดับที่สูงสุดแห่งอรูปฌาน และสูงสุดในบรรดา สมาบัติทง 8 3.4 ความประณีตแห่งอรูปฌาน อรูปฌานเห
บทความนี้กล่าวถึงอรูปฌานและความประณีตในระดับต่างๆ โดยเน้นไปที่อันดับที่ 4 ของอรูปฌานซึ่งเป็นขั้นสูงสุด และการแบ่งระดับของอรูปฌานทั้ง 4 ซึ่งล้วนมีความประณีตที่แตกต่างกัน พร้อมยกอุปมาในการเปรียบเทียบควา
การเจริญอรูปกัมมัฏฐานในวิชชาธรรมกาย
109
การเจริญอรูปกัมมัฏฐานในวิชชาธรรมกาย
3.5 การเจริญอรูปกัมมัฏฐานในวิชชาธรรมกาย การเจริญอรูปกัมมัฏฐานได้ ต้องเข้าถึงกายอรูปพรหมเสียก่อน แล้วอาศัยกายอรูปพรหม นั้นเจริญอรูปกัมมัฏฐานตามที่ได้กล่าวมา ทั้งรูปฌานและอรูปฌานที่อยู่ในกายต่าง ๆ ถ้าใช
การเจริญอรูปกัมมัฏฐานเริ่มต้นด้วยการเข้าถึงกายอรูปพรหมและใช้กายธรรมในการเข้าฌาน โดยแบ่งออกเป็นรูปฌานและอรูปฌาน ผ่านการนั่งสมาบัติและการเพ่งดูดวงธรรมในศูนย์กลางกาย เพื่อเข้าถึงฌานต่าง ๆ จนถึงอากาสานัญจ
อาหาเรปฏิกูลสัญญา
115
อาหาเรปฏิกูลสัญญา
บทที่ 4 อาหาเรปฏิกูลสัญญา การเจริญอาหาเรปฏิกูลสัญญา เป็นการเจริญสมถกัมมัฏฐานอีกรูปแบบหนึ่ง ที่มี ความใกล้ชิดกับผู้ปฏิบัติสามารถใช้เป็นแนวทางปฏิบัติในชีวิตประจำวันได้ง่ายเนื่องจากอารมณ์ที่ ใช้พิจารณาเก
บทที่ 4 ศึกษาอาหาเรปฏิกูลสัญญาซึ่งเป็นกัมมัฏฐานที่ช่วยลดความยึดติดต่ออาหาร พระพุทธองค์ได้ชี้ให้เห็นว่าการบริโภคส่งผลกระทบต่อชีวิตและการปฏิบัติอย่างไร บทนี้กล่าวถึงการทำความเข้าใจในกัมมัฏฐานที่เกี่ยวกั
ความเข้าใจเกี่ยวกับความเป็นปฏิกูลของอาหารในร่างกาย
119
ความเข้าใจเกี่ยวกับความเป็นปฏิกูลของอาหารในร่างกาย
นี่ไม่รวมอาหารที่เราได้บริโภคไว้ในชาติก่อน ๆ ผู้รู้จึงกล่าวอุปมาไว้ว่า ท้องของเราเหมือน มหาสมุทรประจำร่างกาย การบริโภคจึงเป็นสิ่งที่น่าเกลียด ดังกล่าวมานี้ 4. อาสยโต พิจารณาความเป็นปฏิกูลโดยที่อยู่ว่า
เนื้อหานี้เน้นการพิจารณาความเป็นปฏิกูลของอาหารที่เราเข้าไปบริโภค ซึ่งก่อให้เกิดส่วนประกอบที่ไม่สะอาดในร่างกาย มีการเน้นย้ำว่าท้องของเราคล้ายมหาสมุทรที่จะต้องรับสิ่งสกปรกต่าง ๆ อาหารที่เรากินเข้าไปจะมี
การพิจารณาอาหารเพื่อบรรเทาความยึดติดและทุกข์
121
การพิจารณาอาหารเพื่อบรรเทาความยึดติดและทุกข์
สำหรับอาหารชนิดอื่น คือ ผัสสาหาร มโนสัญเจตนาหาร และ วิญญาณาหาร ก็สามารถ นำทุกข์ภัยมาให้ไม่น้อยกว่ากพฬิงการาหาร บางอย่างน่ากลัวเป็นที่สุด เช่น การไม่รู้จัก สำรวม อินทรีย์ ลุแก่อำนาจความปรารถนา ความอยาก
อาหารชนิดต่างๆ เช่น ผัสสาหาร, มโนสัญเจตนาหาร และ วิญญาณาหาร นำพาให้เกิดทุกข์ ไม่ต่างจากกพฬิงการาหาร การไม่รู้จักสำรวมอาจทำให้จิตตกเป็นทาสของความปรารถนา เมื่อติดใจในอาหารและสิ่งต่างๆ อาจทำให้เกิดกรรมดี
การพิจารณาธาตุทั้ง 4 ในร่างกาย
129
การพิจารณาธาตุทั้ง 4 ในร่างกาย
ธาตุทั้ง 4 นี้ เป็นส่วนที่ประกอบขึ้นเป็นร่างกาย การที่เรียกว่า หญิง ชาย เรา เขา สัตว์ บุคคล มนุษย์ เทวดา พรหม นั้น หาใช่อื่นไม่ แท้จริงก็ได้แก่ธาตุ 4 ที่รวมกันเป็นกลุ่ม เป็นกองปรากฏขึ้นเป็นรูปร่างสัณฐ
ธาตุทั้ง 4 ประกอบขึ้นเป็นร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นหญิง ชาย สัตว์ หรือบุคคล เมื่อพิจารณาถึงธาตุดังกล่าว เราจะเห็นว่าเป็นเพียงรูปแบบที่เกิดจากกรรม การพิจารณาโดยย่อและพิสดารเป็นหนทางในการเข้าใจ โดยอุปมาคล้ายก